กระสุนหยุด! The Matrix 4 เลื่อนอีกปี แต่อาจจะดีกว่าที่คิดก็เป็นได้

อาจจะไม่ใช่ข่าวที่น่าแปลกประหลาดใจหรือน่าเซอร์ไพรส์แต่อย่างใดเนื่องจากตารางวันเข้าฉายหนังในอเมริกาก็รวนกันเป็นว่าเล่น ทั้งสถานการณ์โรคระบาดก็ดี ทั้งสถานการณ์การเมืองที่ดูจะไม่นิ่งในเร็ววัน เลยทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงฮอลลีวูดได้รับผลกระทบอย่างจัง

ล่าสุดวอร์เนอร์บราเธอร์สได้ประกาศแล้วว่าโปรเจ็คหนังภาคต่ออย่าง The Matrix 4 นั้นเลื่อนกำหนดการเข้าฉายไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี 2022 โดยประกาศล่าสุดคือวันที่ 1 เมษายน 2022

เดิมทีนั้น The Matrix 4 มีตารางกำหนดวันเข้าฉายตรงกับวันที่ 21 พฤษภาคม 2021 ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของ ลาน่า วาชอว์สกี้ เธอยังควบหน้าที่ในการเขียนบทร่วมกับ อเล็กซานดาร์ ฮีมอนและเดวิด มิเชลล์ นอกจากนี้หนังภาคล่าสุดยังมีความพิเศษตรง ตัวหนังภาคนี้ทิ้งห่างจากภาคแรกเกือบ 20 ปี โดยในภาคที่ 4 ยังได้ดาราอย่างคีอานู รีฟฟ์และแครี่-แอน มอส กลับมาร่วมแสดงอีกครั้งด้วย ซึ่งถ้าใครได้ชมภาพยนตร์ไตรภาคชุดแรก คงจะทราบดีว่าตัวละครที่ทั้งสองแสดงนั้นได้ตายในตอนท้ายของภาค The Matrix Revolutions ซึ่งในจุดนี้เองทำให้ผู้ชมที่เป็นแฟนหนังคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าลาน่า จะเขียนบทให้ตัวละครทั้งสองกลับมามีชีวิตในวิธีการไหน อาจจะเป็นไปได้ว่าจิตวิญญาณของตัวละครทั้งคู่อยู่ในโลกของ The Matrix ก็เป็นได้

ไม่ใช่แค่เพียงคีอานู รีฟฟ์และแครี่-แอน มอส เท่านั้นที่จะรียูเนียนกลับมาแสดงในหนังภาคนี้ แต่จาด้า พินเกต สมิธ และแลมเบิร์ต วิลสัน ก็ยังจะกลับมาร่วมแสดง และยังลือกันต่ออีกว่าลอเรนซ์ ฟิชเบิร์นอาจจะกลับมาร่วมแสดงแบบรับเชิญอีกด้วย แต่รายสุดท้ายนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่นอนจากทางสตูดิโอ นอกจากนี้ยังมีหนังแสดงกลุ่มใหม่ที่ร่วมแสดงประกอบไปด้วย ยาห์ยา อับดุล-มาทีน, เจสซิกา เฮนวิค, นีล แพทริค แฮรีส, โจนาธาน กรอฟ, ปริยังกา โจปรา, โทบี ออนวูเมียร์, แม็กซ์ ไรเมลท์ และ เอเรนดิรา ไอบาร์รา ซึ่งบรรดานักแสดงกลุ่มหลังยังปราศจากข้อมูลว่าพวกเขารับบทเป็นใคร

ไม่นานมานี้ ตัวคีอานู เองยังออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมว่าสาเหตุสำคัญที่เขาตัดสินใจกลับมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ The Matrix 4 เพราะเขาเล่าว่าบทภาพยนตร์ภาคใหม่น่าสนใจและงดงามมาก และมันก็มีคุณค่ามากสำหรับตัวเขา “เหตุผลข้างต้นสำคัญมากๆจะว่าไปแล้วมันแทบจะเป็นเหตุผลหลักสำหรับผมเลยก็ได้ที่ตัดสินใจกลับมาครั้งนี้ ผมอยากร่วมงานกับลาน่าอีกครั้ง บทภาพยนตร์ก็มีสิ่งที่พิเศษและน่าสนใจมากๆด้วย” รีฟฟ์กล่าว

เช่นเดียวกันกับทางฝั่งนักแสดงหญิงแครี่-แอน มอสที่ตัวเธอเองก็ได้เปิดเผยความรู้สึกกับสื่อต่างประเทศในมุมมองความรู้สึกแบบเดียวกันกับคีอานูว่า “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าภาคต่อจะมีโอกาสได้เกิดขึ้นจริงๆ มันไม่เคยอยู่ในความคาดหวังของฉันเลย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ฉันก็ตื่นเต้นมากจริงๆมันเปรียบเสมือนเป็นของขวัญชิ้นสำคัญในชีวิตและฉันก็แทบอดใจไม่ไหวที่จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้”

 

ย้อนกลับไปสำรวจ The Matrix ภาคแรกในปี 1999 มันถือเป็นหนังที่ปฏิวัติวงการหนังไซไฟในช่วงเวลานั้น ทั้งการออกแบบคิวบู้ที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร พล็อตเรื่องที่หยิบเอาปรัชญาของมนุษย์ จิตวิญญาณ และเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นหนังที่ดูเอาความบันเทิงก็สนุก จะดูเพื่อหาสาระหรือประเด็นก็อัดแน่นให้คนดูค้นหาได้ไม่รู้จบ อีกทั้งมันยังเป็นหนังที่อยู่ข้ามกาลเวลา เพราะต่อให้เราหยิบมาดูในยุคปัจจุบันสิ่งที่อยู่ใน The Matrix ก็ล้วนแล้วแต่ “ร่วมสมัย” และมีความใกล้ตัวมากขึ้นกว่าเดิม

The Matrix ภาคแรกใช้ทุนสร้างที่ 63 ล้านเหรียญฯ แต่สามารถทำรายได้ทั่วโลกสูงถึง 465 ล้านเหรียญฯ ก่อนที่หนังจะเข้าชิงรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น 4 รางวัลและกวาดรางวัลมาอย่างครบถ้วนในทุกสาขาที่เข้าชิงอันประกอบไปด้วยสาขาตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยมและสาขาเทคนิคพิเศษด้านภาพยอดเยี่ยม

4 ปีให้หลัง The Matrix Reloaded คือภาคต่อที่ตามออกมาในปี 2003 ซึ่งครั้งนี้ได้พาผู้ชมไปสำรวจโลกของมนุษย์และโลกในเดอะเมทริกซ์ในมุมที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น นีโอซึ่งหลังจากค้นพบว่าตัวเองคือ The One และต้องพยายามปฏิบัติภารกิจต่างๆเพื่อยุติคำทำนายของเทพพยากรณ์  อีกทั้งต้องปกป้องคนรักอย่างทรินิตี้ ซึ่งนีโอเห็นในนิมิตว่าเธออาจจะต้องตาย ระหว่างค้นหาความจริง นีโอต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเหล่าเครื่องจักรที่พยายามทำการขุดเจาะพื้นโลกเพื่อลงมาให้ถึงไซออน เมืองสุดท้ายของมวลมนุษยชาติยังคงหลงเหลืออยู่ แน่นอนว่าหนังภาคนี้ก็ยังคงประสบความสำเร็จ จากต้นทุนในการสร้างที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัวถึง 150 ล้านเหรียญฯ แต่สามารถทำเงินทั่วโลกได้ถึง 741 ล้านเหรียญฯ ทว่าภาคต่ออย่าง The Matrix Revolutions (หรือจริงๆควรเรียกว่า The Matrix Reloaded Part 2) บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด หนังกลับทำรายได้ทั่วโลกอยู่แค่เพียง 427 ล้านเหรียญฯเท่านั้น

เอาเป็นว่าใครที่เฝ้ารอการกลับมาของ The Matrix ก็อาจจะต้องอดใจรออีกสัก 2 ปี แล้วเรามาลุ้นกันดูว่าคราวนี้ หนังจะพาเราไปสำรวจแง่มุมอะไรในโลกของเดอะเมทริกซ์กันอีก

Related posts